FOOD INNOVATION FOOD TALK SCI KNOWLEDGE

VITAMIN vs ALKALINE WATER: #น้ำวิตามินแต่ละยี่ห้อต่างกันยังไง 👀🕵🏻‍♀️🧃⚗️และน้ำมหัศจรรย์ #AlkalineWater “น้ำอัลคาไลน์” ต่างจากน้ำวิตามินยังไง?

By

VITAMIN vs ALKALINE WATER: #น้ำวิตามินแต่ละยี่ห้อต่างกันยังไง 👀🕵🏻‍♀️🧃⚗️และน้ำมหัศจรรย์ #AlkalineWater “น้ำอัลคาไลน์” ต่างจากน้ำวิตามินยังไง?
.
ฮัลโหลชาวฟู้ดดดด! ช่วงนี้มันร้อนมากกกกก 🌞🕶และแน่นอน พวกน้ำฟังก์ชันมันก็ฮิตมากเหมือนกัน!🍶💦

กับเทรนด์ที่กำลังมาแรงในบ้านเราตอนนี้ อย่างเรื่องราวของ #VitaminWater น้ำดื่มผสมวิตามิน และ #น้ำอัลคาไลน์
.
ราคาก็น่ารัก หาซื้อก็ง่ายตามเซเว่น แถมยังมีกิมมิคของการเป็น “Functional Drinks” #เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพทางเลือก อีกต่างหาก! มูลค่าตลาดก็เติบโตสูงมาก 💰💲 และมีแนวโน้มจะโตขึ้นอีกอย่างต่อเนื่อง

ผู้ผลิต และ ผู้บริโภค ต่างก็พากันให้ความสนใจกับเรื่องราวนี้
.
.
ตอนนี้ ใครไม่รู้จักนี่ตกเทรนด์มากๆแล้วจริงๆเนอะ…
.
ดังนั้น วันนี้ มาค่ะ! ตาม #Amyinfood 🧬🦠🚴🏻‍♀️ ไปดูกันเลย 😛 ว่า น้ำวิตามิน แต่ละแบรนด์ในท้องตลาด ณ ตอนนี้ของบ้านเราแต่ละแบรนด์มันต่างกันยังไงเนอะ?

และที่สำคัญ #น้ำอัลคาไลน์ที่แฝงตัวเนียนๆในน้ำวิตามิน มันดียังไง? และต่างจากน้ำวิตามินทั่วไปยังไงกันนะ?
.
____________________________________________________________________________________
.
.
หลายคนตรงนี้ อาจเคยได้ยินมาแล้วถึงเรื่องราวของ “Alkaline Water” #น้ำมหัศจรรย์ ที่ช่วยในเรื่องของ
.
* slow the aging process
* prevent chronic diseases (e.g. Cancer)
* Regulate body’s PH level
.
🧬“น้ำอัลคาไลน์” 🧬 พระเอกตัวใหม่ที่น้อยคนจะรู้จัก น้องพระเอกแฝงอยู่ในหมู่น้ำวิตามินแบบเนียนๆ ในต่างประเทศทั่วโลกมีน้องอัลคาไลน์มานานแล้ว แต่สำหรับในประเทศไทย ยังเป็นที่รู้จักน้อยมากกกกกก!
.
🚩น้องอัลคาไลน์ คือ น้ำอะไร?
.
ต้องย้อนกลับไปที่ ทุกคนคงรู้ดีว่า ร่างกายเรา มีความเป็น กรด-เบส อยู่ ถูกไหมคะ? นั่นคือ Body’s PH level ที่เปลี่ยนแปลงเป็นกรดเบสได้ตลอดตามอาหารที่เราทานรวมถึงฮอร์โมนและความเครียด
.
เจ้าน้ำอัลคาไลน์ก็คือ ‘#น้ำด่าง’ หรือน้ำที่มีค่า PH อยู่ที่ประมาณ 8-14 โดยประมาณ นับเป็นค่า PH ที่สูงกว่าน้ำดื่มตามปกติทั่วไปที่เราดื่ม
.
🚩แล้วทีนี้ ทำไมเราต้องดื่มน้ำด่างหละ?
.
ฟังดูแปลกๆ มันจะปลอดภัยหรือเปล่า?
คำตอบคือ มันปลอดภัย เพียงแต่การดื่มอย่างเป็นประจำ ในครั้งละมากๆ ย่อมมีผลข้างเคียง จึงควรศึกษาให้ดีก่อนการดื่มอย่างเป็นประจำ
.
#แล้วเราดื่มทำไม? มันเป็นเพราะว่า น้ำด่าง #มันมีแร่ธาตุผสมอยู่มาก และ มีความเป็น Antioxidant ที่ดีกับร่างกาย (Negative oxidation reduction potential)

อยู่มากเลยนะ แม้ตอนนี้ยังไม่มีงานวิจัยที่คอนเฟิมในเรื่องนี้อย่าง 100% แต่ก็มีผลการศึกษาบางส่วน บอกว่า น้ำด่างจะช่วย
.
#ปรับสมดุลกรดเบสในร่างกายให้อยู่ในระดับ Neutral หรือปกติที่ร่างกายจะเป็น (#ลดความเสี่ยงเกิดโรคต่างๆ)
* เป็นประโยชน์กับคนที่มี high blood pressure, diabetes, high cholesterol
.
ด้วยความสามารถในการ…
.
* anti-aging properties (via liquid antioxidants that absorb more quickly into the human body)
* colon-cleansing properties
* immune system support
* hydration, skin health, and other detoxifying properties
* weight loss
* cancer resistance
.
คุณสมบัติพวกนี้ของน้ำด่าง ก็จะมีความคล้ายกับ “#ชาเขียว” นั่นเองที่มี Antioxidant สูง
.
.
.
🚩น้ำด่าง เจอในธรรมชาติ หรือ น้ำประดิษฐ์ด้วยวิทยาศาสตร์?
.
จริงๆแล้วพบเจอได้ตามธรรมชาติเลยนะ สำหรับส่วนนี้ น้ำด่าง หรือ น้ำอัลคาไลน์ ก็คือ #น้ำแร่ธรรมชาติ ที่เป็นน้ำป่าตามภูเขาไหลผ่านหิน น้ำพุร้อน จึงมีส่วนผสมของ แร่ธาตุและมีความเป็นอัลคาไลน์มากนั่นเอง
.
ในทางอุตสาหกรรมอาหาร เราก็นำเรื่องราวนี้ มีใช้เทคนิค “#Electrolysis” ในการปรับ PH ของน้ำ ปรับ Ion ของน้ำ ด้วย Ionizer จนมีความเป็นกรดลดลง และความเป็นด่างเพิ่มขึ้น
.
มหัศจรรย์ขนาดนี้ไปดู #ความเป็นน้ำด่างเทียบกับน้ำวิตามินทั้งหลายในตลาดประเทศไทย ขณะนี้กันเลย รอช้าไม่ได้แล้ว ไปค่ะ Go Go Foodie Guys! 🚴🏻‍♀️💛😎

#แบรนด์ยอดฮิตมี 4 ยี่ห้อ:

#ปริมาณน้ำต่อหนึ่งขวด เรียงจากน้อยไปมาก

1.ยันฮี วิตามิน วอเตอร์ = 460 มล.
2.วิตอะเดย์วิตามินวอเตอร์ มีทั้งหมด 2 รส คือ ตัววิตามินซี 200% และตัววิตามินบีรวม 100% = 480 มล.
3.บลู มีทั้งหมด 3 รส คือ เพลย์ฟลูพีช โพสซิทิฟแพร์ และคูลคาลาแมนซี่ = 500 มล.
4.อัลคาไลน์ PH Plus 8.5 = 550 มล.

#ราคา

ยันฮี & วิตอะเดย์ = 17 บาท
อัลคาไลน์ PH plus = 20 บาท
บลูราคา = 25 บาท
รสชาติ
1.ยันฮี หวานปลายลิ้นเล็กน้อย มีกลิ่นคล้ายๆใบเตยแฝงอยู่
2.วิตอะเดย์ B ไม่มีรสชาติ แต่มีกลิ่นน้ำเก็กฮวยลอยมา ส่วนวิตอะเดย์ C ดื่มง่าย มีความหวานปนเล็กน้อย
3.อัลคาไลน์ PH plus รสชาติจืด ต้องดื่มแบบเย็นๆจะเพิ่มความฟิน
4.บลู รสคูลคาลาแมนซี่ ทั้ง 3 รสดื่มง่าย มีความหวานเปรี้ยว แต่กลิ่นจะมีความเป็นเอกลักษณ์ต่างจากแบรนด์อื่น

#ชนิดของวิตามิน

1.วิตอะเดย์ วิตามิน C ให้มาแค่ 1 ชนิดเท่านั้น ก็คือวิตามิน C แต่ใส่ปริมาณสูง ให้มาเลย 200% เลย ส่วนที่ปังสุดๆ ให้วิตามินมาเยอะสุดในบรรดาน้ำวิตามินทุกแบรนด์ ต้องเป็นตัว วิตอะเดย์ B รวมเลยค่ะ ให้มาถึง 7 ชนิด ไม่ว่าจะเป็น B1, B3, B5, B6, B7, B9 และ B12 และแต่ละชนิดก็คือ ใส่มา 100%+ ทั้งหมด

2.บลู มีทั้งหมด 3 ชนิด คือ วิตามิน B3, B6 และ B12

3.อัลคาไลน์ PH Plus 8.5 ตัวนี้จะมีวิตามิน 4 ชนิด คือ วิตามิน B3, B5, B6 และ B9 แต่ละชนิดเฉลี่ยมาประมาณ 15%+

4.ยันฮี มีวิตามิน 4 ตัวเท่ากับอัลคาไลน์ แต่คนละชนิด ยันฮีจะมี วิตามิน B3, B6, B12 และกรดโฟลิค

#ปริมาณโซเดียม

1.วิตอะเดย์ และ บลู รสเพลย์ฟลูพีช และโพสซิทิฟแพร์ 3 ตัวนี้ดีมาก เพราะ = ไม่มีโซเดียม
2.บลู รส เครซี่แคกตัส = 10 มก.
3.ยันฮี = 15 มก.
4.อัลคาไลน์ PH plus 8.5 = 20 มก.
5.วิตอะเดย์ C = 35 มก.

#พลังงาน

1.ยันฮี = 10 แคล
2.บลู รสเพลย์ฟลูพีช และโพสิทีฟแพร์ = 100 แคล
3.บลู รสเครซี่แคกตัส = 110 แคล

***นอกนั้น ไม่มีแคลลอรี่

หนึ่งในแบรนด์ทั้งหมดที่ยกมา เจ้าตัว PHPlus เป็น Alkaline Water หรือ #น้ำด่าง 💦🤫🍶 เพียงชนิดเดียว
.
.
หลายคนตรงนี้ อาจเคยได้ยินมาแล้วถึงเรื่องราวของ “Alkaline Water” น้ำมหัศจรรย์ที่ช่วยในเรื่องของ

* slow the aging process
* prevent chronic diseases (e.g. Cancer)
* Regulate body’s PH level
🧬“น้ำอัลคาไลน์” 🧬 พระเอกตัวใหม่ที่น้อยคนจะรู้จัก น้องพระเอกแฝงอยู่ในหมู่น้ำวิตามินแบบเนียนๆ ในต่างประเทศทั่วโลกมีน้องอัลคาไลน์มานานแล้ว แต่สำหรับในประเทศไทย ยังเป็นที่รู้จักน้อยมากกกกกก!

🚩น้องอัลคาไลน์ คือ น้ำอะไร?

ต้องย้อนกลับไปที่ ทุกคนคงรู้ดีว่า ร่างกายเรา มีความเป็น กรด-เบส อยู่ ถูกไหมคะ? นั่นคือ Body’s PH level ที่เปลี่ยนแปลงเป็นกรดเบสได้ตลอดตามอาหารที่เราทานรวมถึงฮอร์โมนและความเครียด

เจ้าน้ำอัลคาไลน์ก็คือ ‘#น้ำด่าง’ หรือน้ำที่มีค่า PH อยู่ที่ประมาณ 8-14 โดยประมาณ นับเป็นค่า PH ที่สูงกว่าน้ำดื่มตามปกติทั่วไปที่เราดื่ม

🚩แล้วทีนี้ ทำไมเราต้องดื่มน้ำด่างหละ?

ฟังดูแปลกๆ มันจะปลอดภัยหรือเปล่า?
คำตอบคือ มันปลอดภัย เพียงแต่การดื่มอย่างเป็นประจำ ในครั้งละมากๆ ย่อมมีผลข้างเคียง จึงควรศึกษาให้ดีก่อนการดื่มอย่างเป็นประจำ

#แล้วเราดื่มทำไม? มันเป็นเพราะว่า น้ำด่าง #มันมีแร่ธาตุผสมอยู่มาก และ มีความเป็น Antioxidant ที่ดีกับร่างกาย (Negative oxidation reduction potential) อยู่มากเลยนะ แม้ตอนนี้ยังไม่มีงานวิจัยที่คอนเฟิมในเรื่องนี้อย่าง 100% แต่ก็มีผลการศึกษาบางส่วน บอกว่า น้ำด่างจะช่วย

#ปรับสมดุลกรดเบสในร่างกายให้อยู่ในระดับ Neutral หรือปกติที่ร่างกายจะเป็น (#ลดความเสี่ยงเกิดโรคต่างๆ)
* เป็นประโยชน์กับคนที่มี high blood pressure, diabetes, high cholesterol

ด้วยความสามารถในการ…

* anti-aging properties (via liquid antioxidants that absorb more quickly into the human body)
* colon-cleansing properties
* immune system support
* hydration, skin health, and other detoxifying properties
* weight loss
* cancer resistance

คุณสมบัติพวกนี้ของน้ำด่าง ก็จะมีความคล้ายกับ “#ชาเขียว” นั่นเองที่มี Antioxidant สูง

🚩น้ำด่าง เจอในธรรมชาติ หรือ น้ำประดิษฐ์ด้วยวิทยาศาสตร์?

จริงๆแล้วพบเจอได้ตามธรรมชาติเลยนะ สำหรับส่วนนี้ น้ำด่าง หรือ น้ำอัลคาไลน์ ก็คือ #น้ำแร่ธรรมชาติ ที่เป็นน้ำป่าตามภูเขาไหลผ่านหิน น้ำพุร้อน จึงมีส่วนผสมของ แร่ธาตุและมีความเป็นอัลคาไลน์มากนั่นเอง

ในทางอุตสาหกรรมอาหาร เราก็นำเรื่องราวนี้ มีใช้เทคนิค #Electrolysis” ในการปรับ PH ของน้ำ ปรับ Ion ของน้ำ ด้วย Ionizer จนมีความเป็นกรดลดลง และความเป็นด่างเพิ่มขึ้น

#ตามหลักวิทยาศาสตร์ อาหารที่มีความเป็นกรดมาก จะส่งผลต่อ ความเสี่ยงในการเกิดโรคร้าย และลดภูมิคุ้มกันร่างกาย
.
นั่นทำให้เราต้อง #ลดอาหารที่เป็นกรดเพิ่มอาหารที่เป็นด่าง หรือการที่ #ลดเนื้อทานผักผลไม้ ให้มากขึ้น
.
สอดคล้องกับหลักหยินหยางของประเทศจีนนั่นเอง
.
โดยอาหารที่มี
ความเป็นกรด-กลาง-เบส ถูกจัดประเภทได้ดังนี้
.
* Acidic: meat, poultry, fish, dairy, eggs, grains, alcohol
.
* Neutral: natural fats, starches, and sugars
.
* Alkaline: fruits, nuts, legumes, and vegetables
.
#Amyinfood #FoodInfluencer #Food
#FoodIndustry #Health #HealthandBeauty
#guru #อาหาร #อุตสาหกรรมอาหาร #สุขภาพ
____________________________________________________________________________________
.
.
ขอขอบคุณข้อมูลจาก:
healthline.com
nutritionfacts.org
kitchenstories.com

You may also like