FOOD TALK

🔥 🔥 “LOW GI” “#ดัชนีน้ำตาล” (GI) ตอบโจทย์ดิจิตอลไลฟ์ นวัตกรรมอาหารน้ำตาลต่ำ เคล็ดไม่ลับเหมาะสำหรับ “#นักกีฬา” 🏋️‍♂

By

🔥 🔥 “LOW GI” “#ดัชนีน้ำตาล” (GI)
ตอบโจทย์ดิจิตอลไลฟ์ นวัตกรรมอาหารน้ำตาลต่ำ เคล็ดไม่ลับเหมาะสำหรับ “#นักกีฬา” 🏋️‍♂
.
บทความการควบคุมดัชนีน้ำตาลของนักกีฬามาแล้ว… ใครยังไม่ได้อ่านตอนแรก ไปอ่านก่อนเลย เดี๋ยวอ่านตอนนี้ไม่รู้เรื่อง
.
⬇️⬇️⬇️⬇️⬇️⬇️⬇️⬇️⬇️⬇️⬇️
.
🥊 โภชนาการนักกีฬา “ชนะ หรือ แพ้” อยู่ที่อาหารและการ “กิน” https://is.gd/rVmOzG
.
สำหรับตอนที่แล้ว หลายคนเห็นข้อมูล “Sport Nutrition with Isomaltulose” หรือ #โภชนาการนักกีฬา ส่วนในโพสต์นี้ “#Amyinfood” ขอนำเรื่องค่าของจีไอ “GI” หรือ “Low Glycemic Index” หรือก็คือ “ดัชนีน้ำตาล” มาฝากท่านผู้อ่านกันค่ะ
.
เรียกได้ว่า ปัจจุบันความรู้ด้านโภชนาการพัฒนาไปมากทีเดียว เพราะมันไม่เพียงแต่นักกีฬาเท่านั้นที่ให้ความสนใจในเรื่องการ “กิน” อาหารยังไง เพื่อให้ #เสริมสร้างและฟื้นฟูร่างกายให้เร็วที่สุด เพียงพอต่อการฝึกซ้อมและแข่งขัน ต้องทำความรู้จักกับค่า GI นั่นเพราะการเลือกกินอาหารได้ดีขึ้น เพราะอาหารแต่ละชนิดมีค่า GI ไม่เท่ากัน
.
มารู้จักอาหาร Low GI กันเถอะ!!
มันก็คือ “อาหารดัชนีน้ำตาลต่ำ” หรือ low-GI food คำว่า GI หรือ Glycemic Index เป็นดัชนีวัดอัตราความเร็วว่าอาหารจำพวกแป้งและน้ำตาลถูกดูดซึมเข้ากระแสเลือดเร็วแค่ไหน
.
เพื่อให้เข้าใจง่าย ชาวฟู้ดต้องทำความรู้จัก “แป้ง” ที่เป็นส่วนประกอบในอาหารซะก่อน เพราะ “แป้ง” ก็คือ #คาร์โบไฮเดรต (Carbohydrates) สามารถแบ่งได้ 2 ประเภท คือ
.
🌡 Low GI (Low Glycemic Index) >> แป้งที่เปลี่ยนเป็นน้ำตาลได้ช้า หรือสะสมพลังงานในร่างกายเราไว้ได้นาน หรือก็คือ อาหารประเภทนี้กินแล้วอยู่ในโซนปลอดภัย เพราะเป็นแป้งที่มีไฟเบอร์ และเจ้าไฟเบอร์พวกนี้ก็เป็นตัวช่วยให้แป้งถูกเปลี่ยนเป็นน้ำตาลได้ช้าลง ทำให้โอกาสในการสะสมไขมันมีน้อยลง และอิ่มท้องนาน

.
🌡 High GI (High Glycemic Index) >> เมื่อเราทานอาหารเข้าสู่ร่างกาย คาร์โบไฮเดรตที่ได้รับก็จะถูกย่อยให้กลายเป็นน้ำตาลในเลือดอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง ส่งผลให้ค่า GI สูงตามไปด้วย หิวเร็วและมีความรู้สึกอยากอาหารและหมดแรงเร็ว ซึ่งก็จะไม่ช่วยในเรื่องการควบคุมน้ำหนักและยืดระยะเวลาออกกำลังกายเลย หากกินเข้าไปมากเกินความจำเป็น คุณมีสิทธิ์ได้รับไขมันสะสมได้นะ
.
การแบ่งค่า GI (Glycemic Index) เป็น 3 ระดับ 👇 👇
.
🔥 GI = 0 – 55 Low
🔥🔥 GI = 56 – 70 Medium
🔥🔥🔥🔥 GI = 71 – 100 High
.
🔹🔹🔹🔹🔹🔹🔹🔹🔹🔹🔹🔹🔹🔹🔹🔹
.
💪 “#น้ำตาลถือเป็นสิ่งสำคัญที่ผู้บริโภคจำเป็นต้องให้ความสำคัญ ดังนั้น ดัชนีน้ำตาล หรือค่า GI (Glycemic Index) ทำความเข้าใจง่ายๆ ก็คือ #ค่าที่บ่งบอกถึงระดับน้ำตาลและคาร์โบไฮเดรตในอาหารชนิดนั้นๆ
.
ค่า GI ย่อมาจากคำว่า #GlycemicIndex คือดัชนีที่ใช้ในการวัดหาค่าความเร็วของการดูดซึมน้ำตาลและแป้งเข้าสู่กระแสเลือด โดยค่า GI ที่เหมาะสม ก็คือจะต้องมีค่าน้อยหรือต่ำ เพื่อให้น้ำตาลถูกย่อยเข้าสู่กระแสเลือดได้ช้าลงกว่าปกติ
.
หมายถึงอาหาร Low GI จึงเป็นอาหารที่ดีที่สุดในการเลือกกินของนักกีฬา เพราะทำให้อิ่มนาน ระหว่างมื้ออาหารไม่กินจุกจิก โดยส่วนมากมักพบในอาหารที่มีกากใยสูง หวานน้อย และในพืชผักหลายชนิด 🥑🍅🥗
.
🔹🔹🔹🔹🔹🔹🔹🔹🔹🔹🔹🔹🔹🔹🔹🔹
.
🥇 อยากชนะต้องเสริมสมรรถภาพทางกาย (Physical Fitness) กำหนด “ดัชนีน้ำตาล” หรือค่า GI ตัวช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
.
⛹️ นักกีฬามีความจำเป็นอย่างยิ่งในการเลือกกินอาหารประเภท Low GI เพื่อรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้ค่าคงที่ที่สุดตลอดการแข่งขัน เพื่อให้นักกีฬาได้แสดงศักยภาพสูงสุดออกมา โดยเฉพาะกีฬาที่ใช้เวลาแข่งยาวนาน หากรับประทานอาหาร High GI ร่างกายจะรู้สึกสดชื่นขึ้นอย่างรวดเร็วและจะตกลงอย่างรวดเร็วเมื่อฮอร์โมนอินซูลิน (Insulin) หลั่งเข้ามาดูดซึมน้ำตาลในกระแสเลือดออกไป การรับประทานเครื่องดื่มที่มีรสหวานมากจึงไม่แนะนำขณะออกกำลังกาย หรือแข่งขัน
.
ระวังให้ดี!! ยิ่งอัตราที่น้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือดเร็วเท่าไร อวัยวะที่ทำงานหนักที่สุดอย่าง ตับอ่อนก็จะยิ่งทำงานหนักมากขึ้น นั่นเพราะ น้ำตาลที่ถูกดูดซึมก็จะถูกเก็บเข้าไว้ในร่างกายส่งผลให้ “อ้วน” เมื่อเทียบกับอาหาร Low GI แล้ว ถือว่าดีกว่า เพราะอาหาร Low GI จะทำให้น้ำตาลถูกดูดซึมเข้ากระแสเลือดอย่างช้าๆ ตับอ่อนก็จะค่อยๆ ปล่อยให้อินซูลินทำหน้าที่ไปเรื่อยๆ ไม่รีบร้อน ดังนั้น ผู้ป่วยเบาหวาน หรือ ชาวฟู้ดที่มีกรรมพันธุ์เบาหวานควรเลือกรับประทานอาหารประเภท Low GIเป็นหลักจะดีกว่านะคะ
.
จะให้ดีไม่ควรกินอาหารที่มี GI สูง เพราะ #อาหารที่มีอัตราความเร็วของการดูดซึมน้ำตาลสูง จึงทำให้น้ำตาลในเลือดเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วซึ่งก็จะเป็นผลให้ร่างกายมีการปล่อยฮอร์โมนอินซูลินออกมามากขึ้นด้วย เพื่อทำหน้าที่เก็บกวาดน้ำตาลเข้าสู่เซลล์ต่างๆ นั่นเอง ซึ่งเป็นสาเหตุของความอ้วนนั้นเอง
.
🔹🔹🔹🔹🔹🔹🔹🔹🔹🔹🔹🔹🔹🔹🔹🔹
.
ในยุคดิจิตอล 4.0 ความรู้ในด้านโภชนาการต่างๆ ได้มีการพัฒนาไปเป็นอย่างมาก ไม่เพียงแต่นักกีฬาเท่านั้นที่ให้ความสนใจกับการรับประทานอาหาร แต่ผู้คนส่วนใหญ่ก็เริ่มหันมาให้ความสนใจกับโภชนาการมากขึ้น เพื่อการมีสุขภาพที่ดี ห่างไกลโรค รวมถึงการฟื้นฟูร่างกายให้เร็วที่สุด ทำให้เกิดเทรนด์สุขภาพที่คนส่วนใหญ่ให้ความสนใจก็ คือ #การกินอาหารคลีน (Clean Food) นั่นเอง
.
ในบรรดาอาหารหลัก 5 หมู่ หมู่ที่สำคัญที่สุดสำหรับนักกีฬา คือ “คาร์โบไฮเดรต” หรือเรียกสั้นๆว่า “#คาร์บ” (#Carb) เพราะต้องเอามาใช้เป็นพลังงานในการวิ่ง เราจะใช้ GI นี่แหละเพื่อเป็นเกณฑ์คร่าวๆ ในการเลือกกิน เพราะในระหว่างการเล่นกีฬาหรือแม้แต่การใช้ชีวิตตามปกติ เราต้องการให้ระดับพลังงานในร่างกายมีค่าคงที่ ไม่เปลี่ยนแปลงวูบวาบ ดังนั้น เราจึงควรเลือกกินอาหารที่มี GI ต่ำเป็นหลัก เพื่อให้ระดับน้ำตาลในเลือดค่อยๆ เพิ่มขึ้นทีละน้อย 🥗🍚
.
😋 มีการวิจัยแนะนำให้แบ่งอาหารออกเป็น 5 – 6 มื้อย่อยๆ แทนการทาน 3 มื้อหลัก เพื่อช่วยรักษาระดับปริมาณน้ำตาลในเม็ดเลือดให้เหมาะสม และหากเลือกได้แนะนำอาหารที่มีค่า ดัชนีน้ำตาลต่ำก็ยิ่งดี โดยทั่วไป หลังกินอาหารไปแล้ว อาหารพวกนี้จะค่อยๆ ปล่อยพลังงานแก่ร่างกาย แต่ถ้าหากเราต้องการกินอาหารก่อนการออกกำลังกาย ควรกินก่อนสัก 2 ชั่วโมงอย่างน้อย ก่อนเริ่มการออกกำลังกาย
.
รู้อย่างนี้แล้ว #Amyinfood อยากชวนชาวฟู้ดหันมารับประทานอาหาร Low GI กันค่ะ ไม่ใช่แค่ช่วงที่เล่นกีฬา หรือออกกำลังกาย เท่านั้นนะ เอมี่อยากให้ทุกคนทดลองปรับเข้าสู่ชีวิตประจำวัน อาจจะลองเปลี่ยนอาหารเริ่มต้นง่ายๆ จากข้าวขาวที่กินทุกวันเป็นข้าวกล้อง หรือหันมารับประทานผลไม้เป็นของว่างแทนขนมกรุบกรอบ เท่านี้ก็มีสุขภาพดีง่ายๆ ทำได้ทุกวัน
.
จบครบแล้วเรื่องค่า GI …เอมี่ก็ยังมีเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยที่น่าสนใจอีกมากมาย เดี๋ยวไว้เขียนในโอกาสต่อๆ ไปเนาะ ใครชอบคอนเทนต์นี้ อย่าลืม กดไลก์ กดติดตาม เป็นกำลังใจให้กันด้วยนะคะ 😘😘
.
ขอบคุณข้อมูลจาก :
goodlifeupdate
mahosot
healthynine.club

#Amyinfood #FoodInfluencer #Food #FoodIndustry #Health #HealthandBeauty #guru #อาหาร #อุตสาหกรรมอาหาร #สุขภาพ #แจกฟรี

You may also like