SCI KNOWLEDGE

หวานต้านโรค! “#หญ้าหวาน” (Stevia) สารให้ความหวานแทนน้ำตาลจากธรรมชาติ 🌱✨

By

เพิ่มรสอร่อยไร้ขีดจำกัด ด้วยตัวแทนน้ำตาลที่ได้ชื่อว่า #สารแทนความหวานที่ดีที่สุดและเป็นธรรมชาติที่สุด

เชื่อว่าทุกวันนี้…เราทุกคนคงรู้ดีว่าการกินน้ำตาลมากเกินไปมันไม่ดีต่อร่างกายเนอะ หลายคนจึง #เลี่ยงน้ำตาลไปกินน้ำตาลเทียม หรือไปกิน #สารให้ความหวานแทนน้ำตาล เพื่อให้ได้รสชาติความหวาน “ในแบบที่ไม่รู้สึกผิดต่อร่างกาย” 🙆🍽

จริงๆ แล้ว สารให้ความหวานแทนน้ำตาลจะมีอะไรบ้าง ตาม #Amyinfood มาเลยค่ะ💕

>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>

“ร่างกายที่ไม่สามารถขาดน้ำตาลได้”

เมื่อพูดถึง “#น้ำตาล” และ “#ความหวาน” แน่นอนว่ามันคือ …วายร้ายทำลายสุขภาพ ถ้าบริโภคมากเกินไป มันก็จะก่อให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพ เช่นพวกโรคฟันผุ โรคอ้วน โรคเบาหวาน เป็นต้น และโรคต่างๆ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของ #ความเจ็บป่วยเรื้อรัง ที่จะตามมาอีกมากมาย

แต่ทุกคนรู้มั้ยว่าการไม่กินน้ำตาลเลยก็ไม่ก่อให้เกิดผลดีต่อร่างกายนะ นั่นก็เพราะ #น้ำตาลคือหน่วยย่อยที่เล็กที่สุดของคาร์โบไฮเดรตและมีหน้าที่หลักในการให้พลังงานแก่ร่างกาย 💪 มันหมายความว่า “ร่างกายเราก็ไม่สามารถขาดน้ำตาลได้เช่นกัน”

ดังนั้น ถ้าเราจะ “เลือก” #กินน้ำตาลให้ดีต่อสุขภาพด้วยเนี่ยควรทำยังไง? แรกเริ่ม ก็คือการทำความรู้จักกับสารให้ความหวานชนิดต่างๆก่อนนั่นเอง🔬🧪

>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>

“เทรนด์ #ดีต่อสุขภาพ กับน้ำตาลที่ถูกเมิน”

เพราะ…คนยุคดิจิทัล 4.0 หันมาใส่ใจเรื่องสุขภาพมากขึ้น เหล่าผู้ประกอบการ ผู้ผลิตอาหารและเครื่องดื่ม รวมไปถึงสินค้าอุปโภคชนิดอื่นต่างก็พยายามจะดึงเอาจุดเด่นในด้าน “ดีต่อสุขภาพ” มากขึ้นมาแข่งกัน เห็นได้ชัดจากเครื่องดื่มที่ใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาล หรือกลุ่มเครื่องบริโภคสำเร็จรูปที่มีสัญลักษณ์ “Sugar free” แถมยังมีข้อความที่บอกว่า “ปราศจากแคลอรี่” อีกต่างหาก 💰 💰 💰

ประเด็นสำคัญของเรื่องมันอยู่ที่ การใช้น้ำตาลเทียม หรือ “#สารให้ความหวานแทนน้ำตาล” (Non-nutritive sweeteners) กลายเป็นเรื่องที่ได้รับความสนใจอย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีความต้องการลดน้ำหนัก รวมถึง พวกกลุ่มที่ควบคุมน้ำตาลในเลือด 

>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>

“Sugar Substitute”
“น้ำตาลสกัดทางเคมี และ ทดแทนด้วยสมุนไพร”

แล้วจะทำยังไงดี? เมื่อเรายังชอบรสหวานอยู่! 🍦 🍰 ด้วยเหตุผลนี้ทำให้เกิดการผลิตสารให้ความหวานขึ้นมาทดแทนน้ำตาลจริงๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้เสพความหวาน

โดยการสกัดทางเคมีและทดแทนด้วยสมุนไพร โดยปัจจุบันมีสารให้ความหวานแทนน้ำตาลในท้องตลาดอยู่หลายชนิด ซึ่งสามารถแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มได้แก่

(1.) #สารให้ความหวานที่ให้พลังงาน ได้แก่ ฟรุคโทส (น้ำตาลจากผลไม้), มอลทิทอล, ซอร์บิทอล และ ไซลิทอล สารให้ความหวานกลุ่มนี้ ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการ ควบคุมน้ำหนัก และ ผู้ป่วยโรคเบาหวาน เพราะยังคงเพิ่มแคลอรี่ให้กับร่างกาย

(2.) #สารให้ความหวานที่ไม่ให้พลังงาน หรือให้พลังงานต่ำ ได้แก่ ซูคราโลส, สตีเวีย(สารสกัดจากหญ้าหวาน), แอสปาแตม, อะซิซัลเฟม-เค และ แซคคารีน (ขัณฑสกร) สารให้ความหวานกลุ่มนี้ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการ ควบคุมน้ำหนัก และ ผู้ป่วยโรคเบาหวาน

>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>

“ชนิดของความหวานทดแทน & คุณสมบัติเฉพาะตัว”

🥤 #แอสปาแตม เป็นน้ำตาลเทียมที่ทำจากสารเคมีเป็นส่วนใหญ่ ให้ความหวานกว่าน้ำตาลธรรมชาติถึง 200 เท่า มีรสชาติใกล้เคียงกับน้ำตาลทราย แต่ก็ไม่ก่อให้เกิดภาวะฟันผุและไม่กระตุ้นน้ำตาลในเลือดสูง เป็นที่นิยมอย่างมากในเครื่องดื่มน้ำอัดลมและ #คนไข้ที่เป็นโรคเบาหวาน

🥤#ซูคราโลส มีส่วนผสมในสารทดแทนความหวานหลายชนิดหลายยี่ห้อ จัดเป็นสารให้ความหวานที่ไม่มีพลังงานเพราะใช้น้อยมาก 1 ส่วนของซูคราโลสให้ความหวานมากกว่าน้ำตาลทรายขาวประมาณ 600 เท่า นิยมใช้ให้ความหวานกับขนม ชา กาแฟที่โฆษณาว่าดื่มเพื่อลดความอ้วนเพื่อสุขภาพ ราคาถูกในอุตสาหกรรมอาหาร

และสุดท้ายตัวเอกของยุคนี้!
🌱 #หญ้าหวาน หรือ #Stevia เป็นสารให้ความหวานแทนน้ำตาลจากธรรมชาติ จากสารสกัดที่เรียกว่า “#สตีวิออลไกลโคไซด์” (Steviol glycoside) แต่ไม่ให้พลังงาน ไม่ทำให้ฟันผุ เป็นสารที่ไม่ให้คุณค่าทางโภชนาการ จึงเหมาะที่จะ #ใช้เป็นสารให้ความหวานกับอาหารสำหรับคนเป็นโรคเบาหวาน โรคอ้วน และโรคหัวใจ ทั้งยังถูกยกให้เป็นสารแทนความหวานที่ดีที่สุดและเป็นธรรมชาติที่สุดอีกด้วย เลิศเวอร์!

>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>

🌱 “หญ้าหวานกับสรรพคุณทางสุขภาพ”

“หญ้าหวาน” หรือที่เรียกรู้จักกันในชื่อ “#สตีเวีย” (Stevia) ซึ่งได้รับการรับรองโดยองค์การอาหารและยาของประเทศสหรัฐอเมริกา (USFDA)

สามารถให้ความหวานมากกว่าน้ำตาลถึง 250 – 300 เท่า #เป็นความหวานที่ปราศจากแคลอรี่และไม่มีผลกระทบต่อปริมาณน้ำตาลในร่างกายไม่สะสมในร่างกายจึงเหมาะกับผู้ที่ควบคุมน้ำหนัก หรือผู้ป่วยเบาหวาน

หญ้าหวานมีความทนทานต่อกรดและความร้อน และไม่ถูกย่อยสลายด้วยจุลินทรีย์

ไม่ทำให้เกิดปฏิกิริยาสีน้ำตาลเมื่อผ่านความร้อนสูงทำให้มีการนำไปใช้ในการผลิตอาหารหรือเครื่องดื่มหลายชนิด เรียกว่าดีงามมากถึงมากที่สุดเลยนะ!

และความจริง หญ้าหวาน #ถูกใช้เป็นสมุนไพร มาตั้งเกือบ 500 ปีแล้วละ แต่เพิ่งจะบูม ในปัจจุบัน

>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>

“ความดีงามและข้อจำกัดของหญ้าหวาน”

#ข้อดีของหญ้าหวาน คือ สามารถแทนทนความร้อนได้ถึง 200 องศาเซลเซียสโดยไม่สลายตัว ดังนั้นนอกจากจะใช้ใส่ในเครื่องดื่มแล้วยังสามารถเอามาทดแทนน้ำตาลในการปรุงอาหาร ที่ต้องผ่านการหุงต้มได้อีกหลายอีกชนิด

กล่าวโดยสรุปก็คือ หญ้าหวานน่าจะเป็นสารทดแทนความหวานที่ปลอดภัย และที่สำคัญเลยก็ #ยังไม่มีรายงานข้อแทรกซ้อนจากการใช้ และได้ผ่านการรับรองจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) อนุญาตให้นำสารสกัด สตีวิออลไกลโคไซด์ มาขึ้นทะเบียนเป็นสารหวานแทนน้ำตาลได้

#ข้อเสีย ก็คืออาจจะหาซื้อยากซักหน่อย แต่ตามร้านขายผลิตภัณฑ์ออแกนิคและซุปเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำน่าจะพอหาได้ และราคาสูงอยู่พอตัวเนอะ

อีกอย่าง หญ้าหวาน หากใส่ในปริมาณมากเกินไปในขนมหรืออาหาร อาจจะให้รส After Taste ออกแนวรสขม ซึ่งเราๆไม่ต้องการกันด้วยน

>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>

สุดท้ายนะ #Amyinfood ว่าเจ้าสารให้ความหวานจากธรรมชาติ อย่างหญ้าหวานถือเป็น “#ความหวานทางเลือก” มากกว่าค่ะ

ยังไงก็เป็นจุดเริ่มต้นของรสชาติที่เหมาะกับกลุ่มคนรักสุขภาพ แม้จะไม่มีผลวิจัยถึงข้อเสียออกมาชัดเจนในตอนนี้ แต่…เราก็ต้องคำนึงถึงปริมาณพลังงาน ไลฟ์สไตล์และสุขภาพของตัวเองด้วยดีที่สุด เพราะเอมี่ยังเชื่อว่าการจะมีสุขภาพที่ดีได้นั้นก็ต้องดูแลอาหารการกินให้ครบ 5 หมู่ พอเหมาะ ควบคู่ไปกับการออกกำลังกายสม่ำเสมอ การดูแลสุขภาพแบบอื่นๆ ทำจิตใจให้แจ่มใส และพักผ่อนให้เพียงพอ เพียงเท่านี้ท่านก็จะมีสุขภาพกายสุขภาพใจที่ดี รูปร่างสมส่วนได้โดยไม่ตกเทรนด์แล้วหละ 😘💞

ขอบคุณที่มาจาก :
elib.fda.moph.go.th
estevia-herb.com
facebook: VerenaInternational
slowlife.company
coachbas.com
fostat.org
thematter.co

#Amyinfood #FoodInfluencer #Food #FoodIndustry #Health #HealthandBeauty #guru #อาหาร #อุตสาหกรรมอาหาร #สุขภาพ

You may also like